วันที่ 27 เมษายน 2566 เวลา 09.00 – 17.00 น. นายสำรวย เกษกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ และนายอำเภอ ทุกอำเภอ ร่วมโครงการประชุมสัมมนาเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2566 เพื่อซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติและชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมฯ พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้งร่วมในพิธีฯ ในการนี้ ได้มอบนโยบายในการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ส.ส. และนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย
โดยมีประเด็นที่สำคัญ 2 ส่วนที่เน้นย้ำในการปฏิบัติตามหน้าที่ความรับผิดชอบ คือ 1) การปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของตนเอง และ 2) การปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งในพื้นที่ จำนวน 400 เขตเลือกตั้ง “สิ่งสำคัญที่จะต้องเน้นย้ำ ผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ประการแรก คือ ทุกท่านเป็นข้าราชการพลเรือน เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของตนเอง และวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และอีกประการหนึ่ง คือ การเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่หนึ่งที่ต้องรับผิดชอบทั้ง 400 เขตเลือกตั้ง และต้องดูแลให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งในเขตและนอกเขตเลือกตั้ง ร่วมกับตำรวจ ทหาร ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในทุกช่องทาง ทั้งกลไกในระดับพื้นที่ ลงไปเคาะประตูบ้าน สร้างความตระหนักรับรู้ให้กับคนในชุมชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งผู้แทนของประชาชนมาทำหน้าที่แทนประชาชน มาบริหารประเทศชาติ นอกจากนี้ต้องสร้างการรับรู้ในส่วนของบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชัน “ThaiD” ที่สามารถยืนยันตัวตนที่คูหาเลือกตั้งได้ โดยขอให้กรมการปกครองได้หารือร่วมกับทาง กกต. เพื่อให้เกิดความเข้าใจของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในการแสดงตนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยแอปพลิเคชั่นดังกล่าว
ในส่วนของแอปพลิเคชั่น ThaiD ซึ่งกรมการปกครองได้รับอนุมัติงบประมาณพัฒนาระบบการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของประชาชนและเป็นการอำนวยความสะดวกของพี่น้องประชาชนตามนโยบาย Thailand 4.0 พบว่าในขณะนี้มีผู้ดาวน์โหลดใช้บริการเพียง 1 ล้านคน จึงขอให้ช่วยกันรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนได้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “ThaiD” เพื่อสามารถใช้บัตรประชาชนดิจิทัลในการแสดงตนที่คูหาเลือกตั้ง และใช้ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ให้ครบ 100% ด้วยการวางแผนการสร้างการรับรู้ เช่น จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว หรือขอความร่วมมือจากบริษัท ห้าง ร้าน ผู้ประกอบการ หรือจัดกิจกรรม Roadshow ตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบและเข้าใช้บริการดิจิทัลไอดีควบคู่กับให้ความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากรในสังกัดในการให้บริการอำนวยความสะดวกประชาชน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน และก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงการขับเคลื่อนงานตามภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยได้เน้นย้ำถึง การขยายผลการใช้งานแอปพลิเคชั่น ThaiD ให้หลากหลาย โดยต้องทำให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทุกที่ ทุกแห่งในประเทศไทยรับรองการใช้แอปพลิเคชั่น ThaiD ในการยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัลในหลากหลายงานบริหาร และต่อยอดไปสู่การเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานกับระบบทะเบียนของกรมการปกครองในการให้บริการประชาชน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และได้ย้ำเตือนถึงภารกิจที่สำคัญที่จะทำให้สังคมไทยสงบสุข ประชาชนมีความผาสุก ด้วยการแก้ไขปัญหาสำคัญ 3 เรื่องให้สำเร็จ คือ 1) การแก้ไขปัญหายาเสพติด 2) การบริหารจัดการขยะ ด้วยการส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และปฏิบัติตามแนวทาง 3 ช คือ ใช้น้อย ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ และ 3) การจัดการน้ำเสียตั้งแต่แหล่งกำเนิด (ครัวเรือน) และยังได้กล่าวถึงการพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายของนายอำเภอและ อปท. อาทิ การออกใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนตามระเบียบกฎหมาย การอนุญาตก่อสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้าง การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามผังภูมิสังคม (Geo Social Mapping) การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และภารกิจอื่น ๆ ในทุกด้านทุกมิติของกระทรวงมหาดไทย โดยขอเป็นกำลังใจให้ชาวมหาดไทยทุกคนได้ปฏิบัติหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ และประชาชนมีความสุขอย่างยั่งยืน ณ ชุมริชมอนด์ แกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี





